เกี่ยวกับรายวิชา (About This Course)
แนวคิดพื้นฐานของการเขียนโปรแกรมเชิงตรรกะ โครงสร้างและไวยากรณ์ภาษาโปรล็อก หลักการแทนความรู้ด้วยข้อเท็จจริง (fact) กฎ (rule) และคำถาม (query) กลไกการอนุมาน กลไกการทำให้พจน์สอดคล้องกัน (unification) กระบวนการค้นหาคำตอบแบบย้อนกลับ (backtracking) การเขียนโปรแกรมโปรล็อกเพื่อแก้ปัญหาอย่างง่าย
หมวดหมู่ (Categories)
คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
เนื้อหารายวิชา (Course content)
ตอนที่ 1: แนะนำภาษาโปรล็อก
ตอนที่ 2: ความรู้พื้นฐานสำหรับโปรแกรมในภาษาโปรล็อก
ตอนที่ 3: การอนุมาน
ตอนที่ 4: List
ตอนที่ 5: Application
วัตถุประสงค์ (Learning Objective)
1.อธิบายแนวคิดพื้นฐานของการเขียนโปรแกรมเชิงตรรกะและหลักการทำงานของภาษาโปรล็อกได้
2.เขียนโปรแกรมภาษาโปรล็อกเพื่อแก้ปัญหาเชิงตรรกะอย่างง่ายได้
เกณฑ์การวัดและประเมินผล (Evaluation and Score Criteria)
มีการวัดและประเมินผลผ่านแบบทดสอบย่อยในแต่ละบทเรียน (70 คะแนน) และแบบทดสอบหลังเรียน (30 คะแนน)
ทั้งนี้ผู้เรียนต้องทำคะแนนรวมทั้งหมดให้ได้ร้อยละ 70 ขึ้นไป จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์และได้รับ Certificate of Completion ออนไลน์ได้
คำแนะนำสำหรับผู้เรียน (Note)
1. ผู้เรียนควรทำกิจกรรมแบบทดสอบย่อยในแต่ละบทเรียนและแบบทดสอบหลังเรียนในรายวิชาให้ครบถ้วน
2. ผู้เรียนควรทบทวนความเข้าใจเนื้อหา และทดลองฝึกปฏิบัติตามด้วยตนเอง
3. จำนวนชั่วโมงการเรียนรู้ทั้งหมด 3 ชั่วโมงการเรียนรู้
หมายเหตุ (Note)
- ผู้เรียนสามารถทำข้อสอบได้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น
Frequently Asked Questions
Prolog คืออะไร?
Prolog (ย่อมาจาก Programming in Logic) คือ ภาษาโปรแกรมประเภท Declarative Programming ที่ใช้หลักการทางตรรกศาสตร์ (First-order Logic) ในการอนุมานหาคำตอบ ซึ่งต่างจากภาษาทั่วไปโดยเราไม่ต้องเขียนคำสั่ง if-else หรือ for-loop แต่ให้เขียน Facts (ข้อเท็จจริง) และ Rules (กฎ) แล้วป้อนคำถาม (Query) เพื่อจับคู่ข้อมูลหรือตัวแปรให้ตรงกับข้อเท็จจริงที่มี
Prolog เหมาะกับงานประเภทไหน?
เหมาะกับงานด้าน Symbolic AI, ระบบวินิจฉัย (Expert Systems), การแก้โจทย์ตรรกะซับซ้อน เป็นต้น
Course Staff
รองศาสตราจารย์ ดร. สุนิสา ริมเจริญ
คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยบูรพา
Email : rsunisa@buu.ac.th
โทรศัพท์ : 038-103096
Creative commons สัญญาอนุญาตสิทธิ์
“สื่อการสอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ BUU MOOC (mooc.buu.ac.th)
และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตสิทธิ์แบบ Creative Commons ด้วยเงื่อนไข CC BY NC SA”